กรุงเทพฯ — นายกรณ์ มีดี เปิดเผยถึงผลการประชุมอนุกรรมาธิการด้านศาสนา ซึ่งมีการพิจารณาและหารือใน 4 ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการกิจการพระพุทธศาสนาและวัดวาอารามทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. สแกนบัญชี “ไวยาวัจกร” ทั่วประเทศ หลังพบตัวเลขพุ่งเกิน 6 หมื่นคน

จากเดิมที่ประชุมคาดการณ์ตัวเลขไวยาวัจกรไว้ราว 3,000 คน ทว่าจากการประสานข้อมูลกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กลับพบตัวเลขจริงพุ่งสูงถึง 60,000 กว่าคน จากจำนวนวัดทั้งหมด 44,000 กว่าวัดทั่วประเทศ

นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาวัดในต่างจังหวัดจำนวนมากไม่มีไวยาวัจกร แต่ตัวเลขที่สูงเกินจริงอาจเกิดจากการแต่งตั้งแล้วไม่เคยมีระบบแต่งตั้งออกหรือถอดถอนรายชื่อเดิม จึงได้เสนอให้ พศ. ทำหนังสือแนบรายชื่อไวยาวัจกรส่งถึงเจ้าคณะจังหวัดทุกแห่ง เพื่อส่งต่อตามลำดับชั้นไปยังเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส ให้เร่งตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริง โดยทาง พศ. แจ้งความประสงค์ให้คณะกรรมาธิการฯ ทำหนังสือขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการเพื่อดำเนินการต่อไป

2. ไขข้อข้องใจ “เงินทอดกฐิน” ต้องเข้าบัญชีวัด—พศ. แจงยืดหยุ่นจ่ายหนี้ฉุกเฉินได้

ต่อกรณีข้อห่วงใยเรื่องประกาศ พศ. ที่กำหนดให้เงินรายได้จากการทอดกฐินต้องนำเข้าบัญชีวัด ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนแก่วัดในชนบทที่มีภาระหนี้สินค่าวัสดุก่อสร้างกับผู้รับเหมาที่มารอรับชำระเงินในวันงาน

พศ. ชี้แจงในที่ประชุมว่า การนำเงินเข้าบัญชีแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ บัญชีธนาคารของวัด และ บัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด โดยในวันทอดกฐิน เมื่อสรุปยอดเงินได้แล้ว ให้บันทึกเป็นรายรับของวัด จากนั้นสามารถหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ปัจจัยถวายพระ ค่าอาหาร หรือการชำระหนี้สินในวันนั้นได้ทันที ถือว่าดำเนินการถูกต้องแล้ว อย่างไรก็ตาม หากมีเงินสดคงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายเกิน 100,000 บาท ส่วนที่เกินจะต้องนำฝากเข้าบัญชีธนาคารของวัดเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสสูงสุด 100% นายกรณ์ เสนอแนะเพิ่มเติมว่า ในทางปฏิบัติหากทำได้ ควรนำเงินทั้งหมดฝากเข้าธนาคารก่อน แล้วจึงทำเรื่องเบิกจ่ายตามรายการหนี้สินจริง

3. ระบบ E-Donation ครอบคลุมแล้วกว่า 95% เหลือเพียงกลุ่ม “วัดป่า”

ความคืบหน้าการนำระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (E-Donation) มาใช้ในศาสนสถาน พศ. ระบุว่า ปัจจุบันวัดมากกว่า 95% จาก 44,000 กว่าวัดทั่วประเทศ ได้เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือวัดที่ยังไม่ได้ติดตั้งระบบอีกเพียงประมาณ 2,000 กว่าวัด ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นวัดป่าที่เน้นการปฏิบัติธรรมและตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

4. แก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ดูแลพระสงฆ์สุวรรณภูมิ พศ. ตั้งแม่บ้านชั่วคราว—กมธ. ติงเรื่องความเหมาะสม

จากกรณีที่นายกรณ์ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการฯ ถึงปัญหาเจ้าหน้าที่ พศ. ที่ประจำจุดดูแลพระสงฆ์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปฏิบัติงานสูญหายไปทั้งหมดนั้น ทาง ผอ.พศ. ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการว่าจ้างแม่บ้านจำนวน 2 คนมาดูแลชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม อนุกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่การใช้บุคลากรหญิงมาดูแลอาจเกิดความไม่เหมาะสม หากต้องปฏิบัติงานในห้องพักร่วมกับพระสงฆ์รูปเดียว ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อร้องเรียนเรื่องพระวินัยในอนาคตได้ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นพ้องกันว่า ให้ใช้ชุดแก้ปัญหาชั่วคราวนี้ไปก่อน แต่ขอให้ พศ. ปรับเปลี่ยนตัวผู้ปฏิบัติงานเป็นบุคลากรชายโดยเร็ว โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้นัดหมายเรียก พศ. เข้าให้ข้อมูลและชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569

By admin

ใส่ความเห็น

You missed