พระมหากานต์ ได้ถ่ายทอดมุมมองธรรมะผ่านบทความล่าสุด (7 ต.ค. 2569) โดยหยิบยกความแยบคายของสำนวนไทยมาเป็นกุศโลบายในการอธิบาย สำนวนไทยหลายบทเปรียบเสมือนเครื่องมือสะกิดใจให้มนุษย์รู้จักระแวดระวังพฤติกรรม อาทิ “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง” (ทำได้ไม่ดีกลับโทษสิ่งอื่น) หรือ “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” (ทำสิ่งใดให้พอควรแก่ฐานะ) แต่สำนวนที่สะท้อนถึงอุปสรรคในการปฏิบัติธรรมได้ดีที่สุดคือ “เส้นผมบังภูเขา” ซึ่งหมายถึงเรื่องง่ายๆ ที่เราคิดไม่ออกเพราะมีอคติหรือภาพจำบางอย่างบดบังอยู่

ในมิติของการฝึกจิตนั้น ภาพจำเรื่องการเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรมเพื่อทำสมาธิ มักกลายเป็น “เส้นผม” ที่บดบัง “ภูเขา” หรือความจริงที่ว่า การดูแลพฤติกรรมทางกายและวาจาให้เรียบร้อย (การรักษาศีล) ก็คือการฝึกจิตเช่นเดียวกัน เพราะการจะควบคุมการกระทำและคำพูดได้นั้น ต้องอาศัยความเข้มแข็งของจิตใจ สติ และพลังจิตเป็นฐานรากสำคัญ
เพื่อขยายความประเด็นดังกล่าว บทความได้อ้างอิงโอวาทธรรมของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่ชี้ให้เห็นถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกันของ ศีล สมาธิ และปัญญา อย่างเป็นรูปธรรม ความว่า

“เวลาฝึกพฤติกรรม ซึ่งเรียกว่าศีลนี้ ก็ได้ฝึกจิตใจไปด้วย เพราะเราจะควบคุมพฤติกรรมได้ เราก็ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง เราจะบังคับควบคุมกายวาจา เราก็ต้องมีสติ นี่คือทำให้ได้ฝึกจิตใจไปด้วย และพร้อมกันนั้น ก็ต้องใช้ปัญญา ต้องรู้ว่าอะไรถูกไม่ถูก อย่างน้อยต้องเรียนรู้ระเบียบ ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ รู้ว่าจะต้องมีกิริยามารยาทอย่างไรจึงจะถูกต้อง ปัญญาก็พัฒนาไปด้วย”

การฝึกจิตจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือจำกัดอยู่เพียงในศาลาปฏิบัติธรรม แต่แทรกซึมอยู่ในทุกอิริยาบถของการดำเนินชีวิต การมีสติกำกับกายและวาจาในแต่ละวัน คือการขัดเกลาจิตใจที่ทรงพลังที่สุด

ท้ายที่สุด พระมหากานต์ได้ทิ้งท้ายข้อคิดเจืออารมณ์ขันถึงกุศโลบายทางวินัยสงฆ์ว่า การบวชนั้นมีข้อดีประการหนึ่ง คือพระวินัยกำหนดแนวทางให้ต้องปลงผมเมื่อยาวเกิน 2 นิ้ว หรือเมื่อครบรอบ 2 เดือน พระภิกษุจึงไม่มี “เส้นผม” ที่ยาวพอจะมาบังตา (บังภูเขา) ช่วยให้ศีรษะเบาสบาย เปรียบเสมือนการขจัดอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้จิตใจได้มองเห็นธรรมตามความเป็นจริง

เรียบเรียงจากบทความต้นฉบับโดย: พระมหากานต์ กนฺตสีโล (7 ตุลาคม 2569)

By admin

You missed