ภาพประวัติศาสตร์อันเปี่ยมด้วยความปลื้มปีติและความทรงจำอันลึกซึ้ง เกิดขึ้นเมื่อคณะพระเถระแห่งวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร นำโดย สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ พร้อมคณะ เข้าถวายสักการะ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ณ สถานที่พักฟื้นจากอาการอาพาธ การเข้าถวายสักการะครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงการเข้าเฝ้าคารวะพระเถระผู้ใหญ่เท่านั้น หากยังเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างครูบาอาจารย์ ศิษย์ และพระเถระผู้ร่วมสร้างคุณูปการแก่พระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตของคณะพระเถระวัดสระเกศฯ บรรยากาศระหว่างการเข้าถวายสักการะเป็นไปอย่างอบอุ่น เปี่ยมด้วยความคุ้นเคยและความผูกพันฉันครูบาอาจารย์และศิษย์ ถ้อยคำปรารภในช่วงแรกที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์กล่าวถึง คือ ความผูกพันที่มีต่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ซึ่งท่านยังคงระลึกถึงด้วยความเคารพสูงสุด ทั้งในฐานะพระอาจารย์ผู้มีพระคุณ และในฐานะพระมหาเถระผู้นำเข้าสู่แวดวงการศึกษาของคณะสงฆ์ รวมทั้งศาสตราจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ ผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ทำงานอยู่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กันเรื่อยมาตลอดระยะเวลานั้น ความทรงจำดังกล่าวย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ท่านทำงานด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือมหาจุฬาฯ ในยุคบุกเบิก และกำลังเผชิญกับคลื่นพายุแห่งความไม่แน่นอน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะไม่ให้มีมหาจุฬาฯ อยู่ในวงการคณะสงฆ์ โดยท่านได้เข้าไปถวายงาน ณ วัดสระเกศฯ เป็นระยะเวลานับสิบปี จนมหาวิทยาลัยสามารถฝ่าคลื่นมรสุม กลับมาตั้งหลัก และพัฒนารากฐานให้มั่นคงยิ่งขึ้น จนถึงปัจจุบัน เรื่องราวที่ได้รับการกล่าวถึงในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ ตลอดจนความผูกพันที่มีต่อคณะพระเถระวัดสระเกศฯ ซึ่งสืบเนื่องมาอย่างยาวน โดยในการนี้ คณะพระเถระวัดสระเกศฯ ได้กราบถวายหนังสือ “บันทึกว่าด้วยคดีความของพระเถระวัดสระเกศ” ซึ่งรวบรวมเรื่องราว เหตุการณ์สำคัญ และภาพวาดประกอบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างเป็นลำดับ เพื่อบันทึกความทรงจำและหลักฐานเกี่ยวกับช่วงเวลาสำคัญที่พระเถระแต่ละรูปต้องเผชิญ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ สอบถามถึงที่มาของหนังสือเล่มนี้ ด้วยความสนใจเป็นพิเศษ ภายหลังจากรับฟังรายงานเกี่ยวกับที่มาและเนื้อหาของบันทึกในเบื้องต้นแล้ว จึงรับหนังสือไว้ การนำหนังสือมาถวายในครั้งนี้ มิได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อรายงานเหตุการณ์ในอดีต หากยังเป็นการนำเสนอประสบการณ์จริงของพระเถระผู้ผ่านเหตุการณ์ด้วยตนเอง เพื่อให้เรื่องราวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ และสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทยต่อไป สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ฯ ได้เมตตาให้ข้อคิด มีความว่า สภาวะจิตใจของพระเถระทุกรูป ที่เผชิญมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย ในสภาวะที่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อันวิกฤต ทั้งการถูกพรากผ้ากาสาวพัสตร์และการเข้าสู่กระบวนการคุมขัง ย่อมเป็นธรรมดาที่จิตใจจะเกิดความหวั่นไหว แต่คณะพระเถระทุกรูปกลับสามารถผ่านบททดสอบอันยิ่งใหญ่นี้มาได้ ด้วยการตั้งมั่นในสติ และรักษา “ภิกษุภาวะ” ไว้อย่างมั่นคง แม้ภายนอกจะปราศจากผ้ากาสาวพัสตร์ห่อหุ้มกาย แต่จีวรแห่งศีลและธรรมยังคงห่มสถิตอยู่ในใจตลอดเวลา” ในหนังสือยังมีข้อความบันทึก ความคิดเห็น เกี่ยวกับกรณีที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้ให้คำแนะนำผ่านพระภิกษุที่ไป กราบถวายรายงานท่านในเวลานั้น ถึงการดำรงภิกษุภาวะ ในกรณีที่ไม่มีผ้าก็อธิษฐานใจ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์นั้นไปก่อน แล้วจึงกลับคืนสู่การครองผ้ากาสาวพัสตร์เมื่อมีโอกาส “เรื่องพระธรรมวินัย พระย่อมรู้พระด้วยกันอยู่แล้ว” เรื่องราวส่วนนี้จึงเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามรักษาหลักปฏิบัติและความมั่นคงทางจิตใจ ท่ามกลางข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ภายนอก มีจังหวะหนึ่ง ที่สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ได้ถวายรายงาน ว่า ในคณะมีพระเทพวัชรเสนาบดี-เจ้าคุณเทอด ที่คอยจดจำเหตุการณ์ รวมถึงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ในแต่ละวัน และมีลูกศิษย์ ชื่อ นายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งเป็นจิตรกรที่วาดภาพจิตรกรรมคอยวาดภาพประกอบเหตุการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ต่อจากนั้น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ฯ ได้เมตตาถามถึงชื่อเสียงเรียงนามของพระเถระวัดสระเกศ พร้อมทักทายแต่ละรูปเป็นรายบุคคล ตามลำดับเกล้าฯ พระเทพวัชรเสนาบดี ครับเกล้าฯ พระเทพวัชรกิจจาภรณ์ ครับเกล้าฯ พระราชวัชรเจติยาภรณ์ ครับเกล้าฯ พระวัชรวิหารการ ครับท่านทบทวนและได้จดจำชื่อพระเถระทีละรูป สะท้อนความใส่ใจอย่างใกล้ชิด อีกช่วงเวลาหนึ่งที่สร้างความประทับใจแก่คณะผู้เข้าถวายสักการะ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้กล่าวชื่นชมว่า เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พอมีทั้งผู้บันทึกเนื้อหา พร้อมผู้วาดภาพเข้าไปในนั้นพร้อมกัน ก็ครบองค์ประกอบแห่งประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ครบถ้วนทั้งพยานหลักฐาน พอดิบพอดี “เมื่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มีทั้งผู้บันทึกเนื้อหาและผู้วาดภาพประกอบ ซึ่งต่างอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย ก็ทำให้การบันทึกมีองค์ประกอบที่สำคัญและช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของเรื่องราว” เพราะประวัติศาสตร์มิได้ประกอบขึ้นจากความทรงจำเพียงอย่างเดียว หากยังต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูล การบันทึกรายละเอียด และหลักฐานประกอบที่ช่วยให้ผู้ศึกษาในภายหลังสามารถทำความเข้าใจเหตุการณ์ได้อย่างรอบด้าน การมีทั้งบันทึกเหตุการณ์รายวันและภาพวาดจากผู้ที่อยู่ในสถานการณ์จริง จึงเป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่าต่อการศึกษาและทำความเข้าใจประสบการณ์ของพระเถระในช่วงเวลานั้น “มีลูกกรง แต่ก็ไร้ซึ่งลูกกรง” บันทึกแห่งสติและปัญญา พระเทพวัชรกิจจาภรณ์ ได้กราบถวายรายงานเพิ่มเติมถึงการพยายามตั้งสติในทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยได้เขียนข้อความเตือนใจตนเองไว้ เพื่อใช้เป็นหลักประคองจิตใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ถ้อยคำนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่า แม้ร่างกายจะถูกจำกัดพื้นที่ด้วยลูกกรง แต่ความคิด สติ และปัญญายังคงเป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ ไม่ปล่อยให้ความหวาดหวั่นหรือข้อจำกัดภายนอกเข้าครอบงำจิตใจจนสูญเสียหลักยึดเหนี่ยวของตนเอง การเข้าถวายสักการะและกราบถวายรายงานต่อสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการนำเรื่องราวและหลักฐานชิ้นสำคัญของประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย มาถ่ายทอดแด่พระเถระผู้ทรงภูมิความรู้และมีประสบการณ์ยาวนานในพระพุทธศาสนา นอกเหนือจากการรับทราบข้อมูลทางประวัติศาสตร์แล้ว การพบปะครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตพระสงฆ์ผู้ต้องคดีความในระหว่างที่ถูกคุมขัง การรักษาภิกษุภาวะ และการประคองจิตใจในยามเผชิญวิกฤต ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความหมายต่อทั้งพระภิกษุและผู้สนใจศึกษาพระพุทธศาสนา ในช่วงท้ายของการสนทนา สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มถึงพระเถระวัดสระเกศฯ ในทำนองว่า พระเถระแต่ละรูปมิได้เพียงก้าวผ่านวิกฤตครั้งนั้นมาได้เท่านั้น หากยังมีความเจริญงอกงามขึ้นทุกรูป หมายถึง ได้รับการสถาปนา และเลื่อนสมณศักดิ์กันทุกรูป นี่คือคุณค่าของความทรงจำที่มิได้หยุดอยู่กับอดีต แต่ยังสามารถส่งต่อข้อคิดและกำลังใจแก่คณะสงฆ์ รวมถึงชาวพุทธในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้พระเถระผู้ผ่านบททดสอบชีวิตได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมมา เป็นหลักชัยในการดำรงตน และสร้างคุณูปการแก่พระพุทธศาสนาสืบไป Views: 0 แนะแนวเรื่อง “จ.เขมจิตต์” โต้บทวิเคราะห์พระกับสีกา ชี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การสร้างสถานะนักบวชใหม่ แต่ต้องยึดพระธรรมวินัยเป็นหลัก “โกวิทเมธี” อ่านอย่างไรให้ถูกต้อง? เปิดที่มาราชทินนาม “สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี” ไขข้อสงสัยระหว่างหลักบาลีกับหลักภาษาไทย