กรุงเทพฯ — มีการเผยแพร่ภาพ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ได้เมตตาเดินทางมาจากสถานพักฟื้นอาการอาพาธ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเข้าเยี่ยมอาการป่วยและอธิษฐานจิตแผ่เมตตาให้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต ณ โรงพยาบาลศิริราช หวนคืนสู่ความทรงจำอันทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์การศึกษาพุทธศาสนาไทย ของสองกัลยาณมิตรผู้เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อสร้าง “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)” ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาพระพุทธศาสนาที่เข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน ย้อนกลับไปในยุคก่อร่างสร้างตัวของ มจร ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้เกิดมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ระหว่างพระมหาเปรียญสองรูป คือ พระมหาจำนงค์ ชุตินฺธโร (ต่อมาคือ พระกวีวรญาณ หรือ ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ) และ พระราชวิสุทธิเมธี หรือพระมหาเกี่ยว อุปเสโณ (ต่อมาคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์) ทั้งสองท่านเปรียบเสมือน “ปีกซ้ายและปีกขวา” ที่ร่วมกันขับเคลื่อน มจร ในยุคแห่งวิกฤตและความท้าทาย ขุนพลฝ่ายวิชาการ: พระกวีวรญาณ (จำนงค์) ซึ่งเป็นพุทธศาสตรบัณฑิต รุ่นแรก และเพิ่งสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา ได้เข้ารับตำแหน่ง “รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ” ท่านได้พลิกโฉมการศึกษาคณะสงฆ์ด้วยการนำระบบทวิภาค (Semester) และระบบหน่วยกิตสากลเข้ามาปฏิรูปหลักสูตร มจร เป็นครั้งแรก ขุนพลฝ่ายบริหาร: ในขณะเดียวกัน พระราชวิสุทธิเมธี (สมณศักดิ์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ในขณะนั้น) ได้รับหน้าที่เป็น “รองอธิการบดีฝ่ายธุรการ” (และเลขาธิการ มจร ในเวลาต่อมา) คอยเป็นหลักพึ่งพา บริหารจัดการองค์กร ประสานงานคณะสงฆ์ และคอยเป็นกันชนสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้ระบบการศึกษาแบบใหม่ที่พระกวีวรญาณวางไว้เดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางข้อจำกัดในยุคนั้น เมื่อกาลเวลาผ่านไป ภาระงานทางวิชาการเริ่มหนักหน่วงขึ้น ประกอบกับพระกวีวรญาณ (จำนงค์) มีเหตุต้องเตรียมตัวลาสิกขาเพื่อออกไปรับใช้ชาติด้านวิชาการในฐานะฆราวาส มจร จึงเข้าสู่สภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการแสวงหา “ตัวตายตัวแทน” ที่มีวิสัยทัศน์และสติปัญญาเป็นเลิศ ณ จุดนี้เอง อดีตพระกวีวรญาณ (ศ.พิเศษ จำนงค์) และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) ได้ร่วมกันสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการเล็งเห็นถึงอัจฉริยภาพของพระมหาเปรียญธรรม 9 ประโยครุ่นน้อง คือ พระมหาประยุทธ์ ปยุตฺโต (ปัจจุบันคือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) ท่านทั้งสองจึงได้ร่วมกันทาบทามและชักชวนให้เข้ามารับไม้ต่อในฐานะอาจารย์และผู้บริหารของ มจร การตัดสินใจในครั้งนั้นนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ มจร เพราะสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้เข้ามารับตำแหน่ง “รองเลขาธิการ” และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในการพัฒนางานวิชาการ และหลักพุทธศาสน์ของ มจร จนเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ภาพการเดินทางมาเยี่ยมและอธิษฐานจิตให้แก่ ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องสะท้อนถึงความเมตตาและสายสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ของปูชนียบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เคยร่วมกันรังสรรค์และวางรากฐานอุดมศึกษาคณะสงฆ์ไทย จนเกิดผลิดอกออกผลเป็นความมั่นคงของพระพุทธศาสนาบนแผ่นดินไทยมาจนถึงทุกวันนี้ Views: 0 แนะแนวเรื่อง มุทิตาสักการะ 57 ปี “พระเทพวัชรสารบัณฑิต” พระนักบริหาร-นักวิชาการผู้ร่วมปฏิรูปการศึกษาสงฆ์สู่ยุคดิจิทัล เจ้าจอมพลโทหญิง “ท่านผู้หญิงอรอนงค์” เป็นผู้แทนพระองค์ ยกช่อฟ้าพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ณ วัดมหาพฤฒาราม