สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เผย มส. มีมติเน้นย้ำทุกวัดปฏิบัติตามกฎกระทรวงปี 2564 และแนวทางจัดทำบัญชีมาตรฐานอย่างเคร่งครัด สั่งนำรายรับทุกประเภทเข้าระบบบัญชีวัด ป้องกันเงินสูญหายและใช้นอกวัตถุประสงค์
ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 23/2569 ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบการกำชับแนวทางการบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของวัด เพื่อให้เป็นไปตามมติ มส. กฎหมาย และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

พบช่องโหว่เงินวัดอยู่นอกระบบ เสี่ยงทำผิดกฎหมาย
รศ.ชัชพล เปิดเผยว่า แม้จะมีการออกกฎกระทรวงการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ. 2564 และมติ มส. กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติยังพบว่าหลายวัดปฏิบัติต่างกัน โดยเฉพาะเงินรายได้ของวัดประเภทต่าง ๆ ได้แก่:

  • เงินกฐิน
  • เงินผ้าป่า
  • เงินบริจาค
  • รายได้อื่น ๆ ของวัด

รายรับดังกล่าวบ่อยครั้งถูกนำไปฝากไว้ในบัญชีชื่อบุคคล นิติบุคคลอื่น หรืออยู่นอกระบบบัญชีของวัด ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อการยักยอกทรัพย์ การกระทำผิดกฎหมาย เงินสูญหาย หรือการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

เพื่อเน้นย้ำให้นำเงินรายรับทุกประเภทเข้าสู่ระบบการเงินและบัญชีของวัดให้ถูกต้องและชัดเจน มส. จึงมีมติกำชับให้วัดทุกวัดถือปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 และมติ มส. ในเรื่องสำคัญอย่างเคร่งครัด 3 แนวทาง ได้แก่:

  1. แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร: ต้องดำเนินในนามของวัด ไม่เปิดในชื่อบุคคลอื่น
  2. การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด: ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  3. การจัดทำบัญชีและรายงานทางการเงิน: ต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และรายงานเงินคงเหลือของวัดตามแบบบัญชีมาตรฐานของวัด

ทั้งนี้ มส. ย้ำว่าการออกมติดังกล่าวไม่ใช่การกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการเน้นย้ำให้ทุกวัดยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางเดิมที่มีอยู่แล้วให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ

By admin

You missed